6 วิธีดูแลสุขภาพของคุณขณะเจ็บป่วยเพื่อไม่ให้กระทบงานประจำ

ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงอาการเจ็บป่วยได้ แม้คุณจะมีสุขภาพที่ดีและมีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ คุณก็อาจป่วยเป็นไข้ได้เสมออย่างน้อยก็ไข้หวัด ดังนั้นเมื่อคุณเจ็บป่วย อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ดังนั้นมาเรียนรู้เทคนิค 6 ประการที่จะช่วยให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม่ว่า คุณจะยังป่วยอยู่

1.งดการออกกำลังกาย
อันดับแรกให้งดออกกำลังกายตามตารางไปก่อน คุณไม่จำเป็นต้องมาแสดงพลังความฟิตในช่วงที่ป่วย แต่ถ้าคุณทนไม่ไหวให้เปลี่ยนเป็นการไปเดินเล่นในสวนสาธารณะแทน แต่ทางที่ดีที่สุดคือการนอนพักผ่อน

2.พักผ่อนให้เพียงพอ
ภายหลังจากเสร็จงาน ขอให้คุณรีบกลับบ้าน รับประทานอาหารและทานยาให้ตรงเวลา จากนั้นนอนให้เร็วขึ้น คุณควรนอนในเวลา 2 ทุ่มและตื่นในเวลา 6 โมงเช้าแทน การนอนช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้อย่างเต็มที่

3.ดื่มน้ำตามมากๆ
ตลอดทั้งวันให้คุณดื่มน้ำมากๆ การทำแบบนี้ช่วยให้ร่างกายได้ระบายความร้อนออกจากร่างกาย และทำให้อาการไข้ของคุณลดลงด้วย

4.ใช้ผ้าปิดปากเมื่อมาทำงาน
จงเห็นใจเพื่อนร่วมงานของคุณ ด้วยการใช้ผ้าปิดปากเสมอ เวลาคุณไปทำงาน อย่าแพร่เชื้อให้คนอื่นๆโดยไม่จำเป็น

5.นั่งทำงานในที่อุณหภูมิปกติ
หากคุณทำงานในห้องปรับอากาศ จงงดและเปลี่ยนเป็นการทำงานในอุณหภูมิห้องปกติเสียก่อน การทำแบบนี้จะช่วยให้ร่างกายสามารถระบายเหงื่อออกมาเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายได้ง่ายขึ้น

6.งดการพูดคุย โดยไม่จำเป็น
ข้อสุดท้าย หากไม่จำเป็นผมขอให้คุณงดการพูดคุยกับคนอื่นๆไปชั่วคราว การพูดใช้พลังงานพอสมควร และคุณไม่ควรใช้พลังงานในช่วงนี้ ดังนั้นเก็บแรงของคุณไว้เพื่อภารกิจอื่นๆดีกว่า

เพียงคุณปฏิบัติตามเทคนิค 6 ประการนี้อย่างจริงจัง ก็จะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพในช่วงที่ป่วยให้เป็นไปอย่างปกติได้และไม่กระทบการงานประจำที่ทำด้วย

วัฒนธรรมของอเมริกา

             เมื่อเดินทางมาถึงประเทศอเมริกา หากเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก คุณอาจจะพบกับสภาวะ Culture Shock ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย วัฒนธรรมที่นี่มีความแตกต่างกับวัฒนธรรมเอเชียค่อนข้างมาก แต่การปรับตัวก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรนัก ขอแนะนำให้คุณศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ และเตรียมตัวเตรียมใจไปก่อนล่วงหน้า ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณจะได้สามารถปรับตัวในระยะแรกได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการเริ่มต้นชีวิตในประเทศอเมริกา

 

การปรับตัว

                 Culture Shock เป็นสภาวะปกติธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก คุณควรหาโอกาสพูดคุยกับคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอเมริกา หรือเคยไปเที่ยวที่นั่นมาก่อน เพื่อสอบถามข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในเบื้องต้น และเรียนรู้จากประสบการณ์ของพวกเขาเหล่านั้น

              อเมริกาเป็นดินแดนที่ผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมโลก เดินทางมาใช้ชีวิตและแสวงหาประสบการณ์ วัฒนธรรมของที่นี่จึงมีความหลากหลายมาก และหากแกะรอยการสืบเชื้อสายของคนอเมริกาย้อนหลังไป คุณจะพบว่าคนอเมริกาจำนวนมากมาจากประเทศอื่นเสียเป็นส่วนใหญ่

            และถึงแม้ว่าคุณจะไม่ควรเชื่อทุกอย่างที่เห็นจากโทรทัศน์ แต่พฤติกรรมบางอย่างของชาวอเมริกันที่ปรากฏในโทรทัศน์ อย่างเช่นความผ่อนคลายและไม่เป็นทางการมากนัก ก็เป็นสิ่งที่คุณจะได้พบเจอเมื่อมาถึงอเมริกา ในขณะเข้าคิวเพื่อรอทำอะไรสักอย่าง คนแปลกหน้าที่ยืนอยู่คิวถัดไปอาจจะเข้ามาชวนคุยอย่างเป็นกันเอง ซึ่งคุณก็ไม่ควรตกใจหรือรู้สึกว่าถูกคุกคาม เพราะนี่คือวัฒนธรรมปกติทั่วไปของคนที่นั่น

 

การทักทาย

              การทักทายของคนอเมริกันเป็นแบบสบายๆ ไม่มีพิธีรีตรองมากนัก คุณควรยิ้มทักทายและบอกชื่อจริง (First name) ในการพบเจอกันครั้งแรก และถ้าเป็นการพบกันหลายคน ก็อย่าลืมแนะนำเพื่อนในวงสนทนาให้รู้จักกันอย่างทั่วถึงด้วย การจับมือและพูดทักทายง่ายๆ ด้วยคำว่า Hello มักถูกใช้บ่อยครั้งในการเริ่มต้นบทสนทนา คนอเมริกันส่วนใหญ่จะพูดจาตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการหยาบคายหรือเสียมารยาท พวกเขาแค่ต้องการพูดอะไรให้ตรงจุด เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจนในครั้งเดียว ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายความให้ยืดยาว

 

มารยาทบนโต๊ะอาหาร

               เมื่อได้รับเชิญไปร่วมดินเนอร์ คุณอาจประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่า การดินเนอร์ของคนอเมริกันเป็นปาร์ตี้แบบสบายๆ ไม่เป็นทางการ ต่างจากการดินเนอร์ของชาวยุโรปที่ค่อนข้างเป็นทางการมากกว่า มารยาทบนโต๊ะอาหารของคนอเมริกันจึงไม่เคร่งครัดมากนัก ส่วนใหญ่ส้อมจะวางอยู่ทางขวามือ แต่ถ้าถนัดมือซ้ายมากกว่า คุณก็สามารถใช้มือซ้ายได้โดยไม่มีใครว่าอะไร หรืออาหารบางชนิดคุณอาจจะกินโดยการใช้มือหยิบเข้าปากก็ได้เช่นกัน แต่ก็มีสิ่งที่ควรรู้เล็กๆ น้อยๆ เช่น คุณควรจะรอให้เจ้าของบ้านเชิญเสียก่อน แล้วจึงค่อยไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

 

การแต่งกาย

              คนอเมริกันในแถบตะวันออกมีแนวโน้มจะแต่งตัวเป็นทางการมากกว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบตะวันตกเล็กน้อย และคุณอาจจะรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่นักศึกษาอเมริกันใส่ไปมหาวิทยาลัย เพราะที่นี่ไม่มีเครื่องแบบเหมือนประเทศไทย นักศึกษาสามารถแต่งตัวได้ตามใจชอบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกใส่ชุดที่สบายๆ เหมาะสมกับสภาพอากาศและสวยงามตามแฟชั่น ไม่เน้นความเป็นทางการมากนัก แต่ในบางสถานการณ์อย่างเช่นวันที่มีสัมภาษณ์เพื่อเข้าศึกษาหรือสัมภาษณ์งาน คุณก็ควรจะเลือกเครื่องแต่งกายให้ดูสะอาดเรียบร้อย สุภาพ และน่าเชื่อถือ มากกว่าวันปกติทั่วไป

 

ชีวิตในมหาวิทยาลัย

                ชีวิตนักศึกษาในอเมริกาแตกต่างจากชีวิตนักศึกษาในไทยมากพอสมควร บรรยากาศในห้องเรียนของที่นี่โดยรวม ค่อนข้างผ่อนคลายและไม่เป็นทางการมากนัก ที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยในอเมริกา ยินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติอย่างอบอุ่น และมีการวางระบบให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาต่างชาติเป็นพิเศษด้วย

                    เพื่อช่วยให้คุณปรับตัวเข้ากับชีวิตและการศึกษาในต่างแดนได้ดียิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยินดีให้ปรึกษาในเรื่องต่างๆ แก่คุณ โดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องปรึกษาแค่เรื่องการเรียนเท่านั้น หากมีปัญหาเกี่ยวกับการปรับตัวหรือรู้สึกไม่สบายใจจาก Culture Shock คุณก็สามารถปรึกษาพวกเขาได้เช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย คุณจะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีทั้งจากอาจารย์และเจ้าหน้าที่ เมื่อมีปัญหาใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือการใช้ชีวิต คุณสามารถปรึกษาพวกเขาได้ทันที พวกเขาพร้อมจะช่วยเหลือคุณอยู่เสมอ

 

วัฒนธรรม

            วัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงในประเทศอเมริกามีหลายอย่างด้วยกัน แต่กีฬา ดนตรี และศิลปะ ถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวอเมริกัน กีฬาอย่างอเมริกันฟุตบอล เบสบอล บาสเก็ตบอล และไอซ์ฮอกกี้ เป็นกีฬา 4 ชนิดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา ในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่ผ่านๆ มา อเมริกามักจะเป็นประเทศที่ได้รับเหรียญทองในกีฬาประเภทต่างๆ อยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ และการเล่นกีฬาในมหาวิทยาลัย ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญมากของวัฒนธรรมด้านกีฬาของอเมริกา

              นอกจากเรื่องกีฬาแล้ว ประเทศอเมริกายังมีตลาดเพลงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย และด้วยความที่อเมริกาเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมหลากหลายมาก แนวเพลงที่ได้รับความนิยมในอเมริกาจึงมีตั้งแต่ป็อป ร็อค ไปจนถึง แจ็ส ริทึม และบลูส์

              ศิลปะแขนงอื่นๆ อย่างเช่น การแสดงมิวสิคอล การเต้น ศิลปะการแสดง แฟชั่น และการถ่ายรูป ก็เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน ดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกหลายคนใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอเมริกา และเมืองนิวยอร์กก็มีชื่อเสียงด้านละครบรอดเวย์เป็นอย่างมาก บรอดเวย์มักจะเดินทางไปจัดการแสดงตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ดังนั้นไม่ว่าจะเรียนอยู่ที่เมืองไหน คุณก็ควรหาโอกาสดูละครบรอดเวย์สักครั้งในชีวิต เพราะมันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีทีเดียว

กีฬาเพื่อการพัฒนา

กีฬาเพื่อการพัฒนาและสันติภาพ หมายถึง การใช้กีฬา กิจกรรมทางร่างกาย และการเล่นโดยมีจุดมุ่งหมายอย่างตั้งใจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนานำไปสู่สันติภาพ รวมไปถึงเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ

โครงการกีฬาเพื่อการพัฒนาและสันติภาพที่ประสบความสำเร็จนั้นดำเนินการเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิของสมาชิกทุกคนในสังคม ที่จะมีส่วนร่วมในกีฬาและกิจกรรมยามว่าง โครงการที่มีประสิทธิภาพถูกออกแบบมาเป็นพิเศษโดยให้ความสำคัญกับจุดประสงค์การพัฒนาเป็นหลัก ซึ่งโครงการเหล่านี้จะทำให้คุณค่าของกีฬาเป็นรูปธรรมมากขึ้น และในขณะเดียวกันก็จะคงคุณภาพของประสบการณ์กีฬาและความเป็นหนึ่งเดียวกันไว้

โครงการกีฬาเพื่อการพัฒนาและสันติภาพได้รวมองค์ประกอบอื่นๆนอกเหนือจากกีฬาด้วยเช่นกันร่วมถึงการเล่นเพื่อพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้โครงการ กิจกรรมต่างๆจะถูกนำไปใช้โดยผสานเข้ากับแนวความคิดเรื่องการพัฒนาและสันติภาพของคนในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และประเทศ ทำ โครงการต่างๆมุ่งเน้นที่จะสร้างเสริมพลังให้กับผู้ร่วมกิจกรรมและชุมชน โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ออกแบบและใช้กิจกรรม เพื่อสร้างศักยภาพชุมชน การยึดมั่นในความรับผิดชอบ และความโปร่งใส ตลอดจนสร้างความยั่งยืนผ่านองค์กรภาคี

อย่างไรก็ตาม กีฬาเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาสังคมที่ซับซ้อนหรือทำให้เกิดสันติภาพอย่างแน่นอนได้ ดังนั้นกีฬาควรจะถูกใช้เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพสูงสำหรับการพัฒนา และควรจะถูกนำไปประยุกต์ใช้แบบบูรณาการร่วมกับเครื่องมือและหลักสูตรอื่นๆเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

บทบาทของกีฬาในเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ

                 กีฬาเป็นแหล่งศักยภาพสำคัญในการเสริมสร้างและเร่งให้การพัฒนาและสันติภาพเป็นไปได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ กีฬาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเพื่อบูรณาการให้ไปถึงเกณฑ์มาตรฐานของเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษทั้ง 8 ด้าน คือ (1) ขจัดความยากจนและความหิวโหย (2) พัฒนาการศึกษาขั้นประถมให้ทั่วถึง (3) ส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและเสริมสร้างพลังให้สตรี (4) ลดอัตราการเสียชีวิตของเด็ก (5) พัฒนาสุขภาพของแม่ (6) ป้องกันเชื้อ เอช ไอ วี และ เอดส์ ไข้มาลาเรีย และโรคอื่นๆ (7) รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยื่น และ (8) เสริมสร้างเครือข่ายภาคีองค์กรในการพัฒนาโลก

คุณค่าเฉพาะตัวของกีฬาในฐานะที่เป็นเครื่องมือเพื่อการพัฒนาและสันติภาพ

การกีฬาเพื่อการพัฒนาและสันติภาพมีแนวคิดว่ากีฬามีคุณลักษณะเฉพาะที่สามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนาและสร้างสันติภาพได้ คุณลักษณะเหล่านั้น คือ:

  • ความนิยมระดับสากล – อยู่เหนือพรมแดนประเทศ วัฒนธรรม เศรษฐกิจและสังคม และการเมือง เมื่อเล่นอย่างถูกต้อง ผู้เล่นและผู้ดูจะรู้สึกสนุกสนาน และกีฬายังสามารถเล่นได้ในทุกชุมชนทั่วโลก
  • เป็นเวทีในการสื่อสารที่มีพลังทั่วโลก – เพราะกิจกรรมกีฬามีศักยภาพที่จะเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมาก จึงเป็นเวทีสำหรับการศึกษาและการขับเคลื่อนสังคมที่มีประสิทธิภาพ
  • ความสามารถในการเชื่อมต่อ – โดยธรรมชาติแล้วกีฬาเป็นกระบวนการทางสังคมที่รวมผู้เล่น ทีม ผู้ฝึกสอน อาสาสมัคร และผู้ชมเข้าไว้ด้วยกัน
  • เกี่ยวข้องกับหลายประเด็น – กีฬาสามารถใช้เพื่อพูดถึงประเด็นปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างกว้างได้
  • มีศักยภาพที่จะเสริมสร้างพลัง กระตุ้น และเป็นแรงบันดาลใจ – กีฬามีความสามารถที่จะพัฒนาและดึงความสามารถและความแข็งแรงของบุคคลให้ออกมาได้

ประโยชน์จากการพัฒนาและสร้างสันติภาพด้วยกีฬา

1) ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและป้องกันโรค

  • ป้องกันและจัดการกับโรคเรื้อรัง
  • ป้องกันและจัดการกับโรคติดต่อ
  • พัฒนาสุขภาพจิต
  • ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพทางตรงและทางอ้อม
4) เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาและการศึกษา

  • ยกระดับสุขภาพกายและการพัฒนาทางกาย
  • ส่งเสริมสุขภาพจิตและพัฒนาการทางด้านจิตและสังคม
  • สร้างทักษะชีวิตและค่านิยมเชิงบวก
  • ช่วยให้เด็กและเยาวชนหายจากบาดแผลและความชอกช้ำ
  • ยกระดับการศึกษา
 2) พัฒนาความเป็นอยู่ของบุคคลทุพพลภาพ

  • ลดการตีตราจากสังคม
  • เพิ่มการขัดเกลาทางสังคมและอยู่ร่วมในสังคม
  • ทำให้พึ่งพาตนเองได้และมีส่วนร่วมในสังคมได้
  • นำไปสู่การเสริมสร้างพลัง
  • สนับสนุนการรวมอยู่ในสังคมมากขึ้น
5) ส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศและเสริมสร้างพลังให้เด็กหญิงและสตรี

  • ยกระดับความเป็นอยู่และสุขภาพของเด็กหญิงและสตรี
  • สร้างความเคารพในตัวเองและเสริมสร้างพลังให้ตัวเอง
  • ช่วยให้การมีส่วนร่วมในสังคมเป็นไปอย่างง่ายขึ้น
  • กระตุ้นบรรทัดฐานสังคมเรื่องเพศ
  • ให้โอกาสความเป็นผู้นำและความสำเร็จ
3) เพิ่มการมีส่วนร่วมในสังคม ป้องกันปัญหาความขัดแย้ง และสร้างสันติภาพ

  • ส่งเสริมการรวมอยู่ในสังคม
  • บรรเทาความขัดแย้ง
  • สร้างความเชื่อใจ และเป็นสะพานระหว่างกลุ่มที่ขัดแย้ง
  • สร้างสันติภาพหลังเกิดความขัดแย้ง
  • ส่งเสริมการมีสันติภาพ